3.การปลูกพืชในกระถาง

posted on 09 Jul 2015 19:09 by genlockth directory Lifestyle, Food, Knowledge

กระถาง (POT & CONTAINER)

                  ความงามของไม้ประดับ จะมีมากขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับศิลปะการตกแต่ง ระหว่างต้นไม้กับสภาพแวดล้อมและสิ่งแรกเลยที่เรามองเห็นก็คือกระถาง ซึ่งกระถางนั้น ก็มีหลายชนิด หลายรูปแบบ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็สามารถแบ่งกระถางออกได้เป็น 3ประเภท ตามวัตถุประสงค์ของการนำมาใช้งาน คือ


กระถางที่ใช้สำหรับปลูกต้นไม้โดยตรง

กระถางจำพวกนี้เน้นไปที่การหาง่าย ใช้สะดวกซึ้งสามารถดัดแปลงมาจากวัสดุต่างๆ ภายในครอบครัว สิ่งของเหลือใช้ เช่น หม้อ ไห ถังน้ำ กะละมัง ฯลฯ 
ซึ่งแบบที่หนึ่งนี้ เราไม่ได้สนใจรูปร่างของกระถาง แต่เราสนใจต้นไม้เท่านั้น

 

กระถางที่ใช้สำหรับตกแต่ง

กระถางแบบนี้ มักจะนำมาสวม หรือรองรับกระถางที่ปลูกต้นไม้อีกทีหนึ่ง กระถางแบบนี้ ผู้ผลิตจะมุ่งเน้นไปที่ความสวยงาม รูปทรง และเนื้อวัสดุ
เป็นสำคัญ ซึ่งอาจทำมาจากไม้ไผ่ หวาย อะลูมิเนียม พลาสติก กระเบื้อง สแตนเลส เซรามิค ฯลฯ


กระถางที่ใช้สำหรับปลูกและตกแต่งพร้อมกัน

กระถางประเภทนี้ มักทำมาจากเซรามิค ดินเผา หรือพลาสติก สามารถปลูกต้นไม้ลงไปในกระถางได้โดยตรง มีรูระบายน้ำออก
และมีถาดรับน้ำส่วนเกินรองอยู่

 
สำหรับลักษณะของกระถางที่เราเห็นกันอยู่ตามอาคารสถานที่ต่างๆ เท่าที่พบ จะเห็นมีอยู่ 3ประเภท คือ

1. กระถางตั้งพื้น (Standard pot) กระถางแบบนี้ จะมีความสูงเท่ากับความกว้างของปากกระถาง และมีหลายขนาด ตั้งแต่ 1-16 นิ้ว
     ใช้ในการปลูกต้นไม้ที่มีทรงสูง และมีระบบรากลึก เช่น พืชตระกูลปาล์ม และไทร เป็นต้น

2. กระถางตั้งโต๊ะ (Pan) กระถางแบบนี้ จะมีความสูงแค่ 1/2 ของความกว้างของปากกระถาง มีขนาดต่าง ๆ กัน ตั้งแต่ 5-16 นิ้ว 
     พืชที่นิยมปลูกกับกระถางพวกนี้ ได้แก่ ไม้ที่มีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย และมีทรงพุ่มแผ่ขยายกว้าง เช่น พวกเปบเปอร์โรเมีย เป็นต้น
3. กระถางแขวน (Tub) กระถางชนิดนี้จะมีความสูง เพียงแค่ ใน ของความกว้างของปากกระถางเทานั้น มีขนาดความกว้างตั้งแต่ นิ้ว ขึ้นไป 
     ส่วนมากจะเจาะรูเอาไว้ เพื่อแขวน ประมาณ 3-4 รู ใช้ปลูกพืชที่มีระบบรากตื้นและมีการเจริญเติบโตรวดเร็ว ชอบเลื้อยเมื่อนำไปแขวน
     ซึ่งจะทำให้เกิดการห้อยย้อย มองดูแล้วเกิดความสวยงาม

     การที่ผู้ปลูกจะเลือกใช้กระถางดินเผา หรือกระถางพลาสติกนั้นก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของต้นไม้ และการใช้ประโยชน์
    ทั้งนี้และทั้งนั้นผู้ปลูกควรใช้ดุลย์พินิจพิจารณาเอาเองตามความเหมาะสม เพราะว่ากระถางดินเผา และกระถางพลาสติก ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
    แตกต่างกันออกไป ดังนี้คือ

 

ข้อดีและข้อเสียของกระถางพลาสติก

ข้อดี

 1. มีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการโยกย้าย และขนส่ง
2. ชำรุดเสียหายยาก
3. เก็บรักษา และล้างทำความสะอาดได้ง่าย
4. เก็บความชื้นได้ดีกว่า ไม่ต้องรดน้ำบ่อย
5. ไม่มีปัญหาเรื่องตะไคร้น้ำ

 

ข้อเสีย

 1. อาการถ่ายเทได้ไม่สะดวก เพราะกระถางทึบไม่มีรูพรุน
2. ถ้ารดน้ำมากเกินไป รากพืชอาจขาดออกซิเจน และเน่าตายได้ เพราะน้ำขัง
3.ในฤดูร้อน อุณหภูมิเครื่องปลูกจะสูงมาก โดยเฉพาะในกระถาง พลาสติกสีดำ อาจถึงระดับเป็นอันตรายแก่ต้นไม้ได้
4. จะกรอบและแตกหักได้ง่าย ถ้านำไปวางตากแดดไว้นาน ๆ

 การแก้ปัญหาในกระถางพลาสติก

 1. ใช้เครื่องปลูกที่มีชิ้นส่วนขนาดใหญ่ และหยาบ เช่น พวกปุ๋ยหมัก แกลบผุ ๆ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกยิ่งขึ้น
2. เจาะรูก้นกระถางกันน้ำขัง โดยให้มีมากกว่า รู ขนาดของรูก็ขึ้นอยู่กับขนาดของกระถางด้วย แต่ไม่ควรให้มีขนาดเกินกว่า 1/2 นิ้ว
3. กรณีอุณหภูมิสูง ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้กระถางสีดำ โดยหันไปใช้สีอื่นแทน ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องราคา อาจใช้สีครีมก็ได้ (กระถางสีครีมจะมีคาคาแพงที่สุด     และสีอื่นก็จะรองลงไป ส่วนสีดำจะมีราคาถูกทีสุด

 

ข้อดีและข้อเสียของกระถางดินเผา

 ข้อดี

 1. การถ่ายเทอากาศดี เพราะมีรูพรุนรอบ ๆ กระถางทำให้รากได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
2. ในฤดูร้อน อุณหภูมิของเครื่องปลูกไม่สูงเกินไป จนเป็นอันตรายต่อต้นไม้
3. ทำความสะอาดกระถาง โดยการอบไอน้ำ และรมด้วยสารเคมีทุกชนิด ได้โดยไม่เสียรูปทรง

 ข้อเสีย

 1. น้ำหนักมาก แตกเสียหายได้ง่าย
2. การเก็บรักษาต้องใช้พื้นที่มาก เพราะวางซ้อนกันได้ไม่สนิท
3. เมื่อปลูกไปนาน ๆ จะมีตะไคร้น้ำจับเป็นสีเขียว ต้องเสียเวลาในการขัดถู

 ขั้นตอนในการปลูกต้นไม้ในกระถาง

  ก่อนปลูกต้นไม้ลงในกระถาง จะต้องเบือกกระถางให้มีขนาดพอเหมาะกับต้นไม้นั้น เมื่อได้กรถางมาแล้ว ก็หากระเบื้องแตก ประมาณ 2-3 ชิ้นวางปิดรูก้นกระถาง ทุบอิฐมอญเป็นก้อนเล็ก ๆ ใส่ลงกันกระถาง สูงขึ้นมา ประมาณ นิ้ว เพื่อช่วยในการระบายน้ำได้ดีขึ้น 
ผสมดินสำหรับปลูกต้นไม้ทั่วๆ ไปดังนี้ ดินร่วน ส่วน ใบไม้ผุ ส่วน ปุ๋ยเทศบาล ส่วน ใส่ลงไปประมาณครึ่งกระถางเอาต้นไม้วางลงแล้วเอาดินที่ผสมแล้วใส่ลงไปเกือบเต็มกระถาง เหลือไว้ประมาณ นิ้วแล้วกดดินให้แน่น เพื่อไม่ให้ต้นไม้ล้ม 
รดน้ำให้ชุ่ม แล้วยกไปวางในที่ร่มหรือพักไว้ในเรือนต้นไม้ จนกว่าจะตั้งตัวได้ จึงยกออกไปวางเป็นไม้ประดับ ในการปลูกไม้ใบอาจปลูกรวมกันหลาย ๆ ชนิด ในกระถางเดียวกันก็ได้ โดยเลือกความสูง สีและใบให้ต่างกันจะทำให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น
ถ้าเป็นต้นไม้สำหรับตกแต่งอาคาร เช่น นำมาปลูกไว้ภายในบ้านต้องเลือกกระถางที่สวยงามพอสมควร
หรือนำต้นไม้ที่ปลูกไว้ในกระถางแล้วมารวมลงในกระถางที่สวยงามนั้นก็ได้ แต่จะต้องมีจานรองรับน้ำเพื่อกันไม่ให้น้ำไหลออกมาภายนอกเมื่อรดน้ำ 
สำหรับต้นไม้ที่วางไว้ในอาคารบางชนิด ต้องมีการเปลี่ยนอยู่เสมอ กล่าวคือ เมื่อนำมาประดับไว้สัก 1-2 สัปดาห์ก็จะต้องเปลี่ยนออกแล้วเอาต้นอื่นมาแทน เพื่อป้องกันมิให้ต้นไม้โทรมเร็ว 
-  เมื่อปลูกต้นไม้ไปนาน ๆ รากก็จะขึ้นเต็มกระถาง ดังนั้นจึงควรมรการเปลี่ยนกระถางต้นไม้ทุกต้นอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง

 การเปลี่ยนกระถางต้นไม้

  การเปลี่ยนกระถางต้นไม้ ไม่มีเทคนิคและขั้นตอนอะไรมากมายขั้นแรกคือ จะต้องเตรียมกระถางใบใหม่อุดรูก้นกระถาง ด้วยเศษกระเบื้องแตก หรืออิฐมอญ แล้วใส่ดินสูตรที่ต้นไม้ต้องการลงไปในกระถางขั้นต่อมาคือ การย้ายต้นไม้ออกจากกระถางเก่า โดยจับต้นไม้ด้วยมือซ้ายหรือมือขวา ข้างใดข้างหนึ่งที่ถนัดให้ต้นไม้อยู่ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลางแล้วใช้มืออีกข้างจับกระถางคว่ำลง ใช้หัวแม่มือดันดินบริเวณรูก้นกระถาง เพื่อให้ต้นไม้และดินหลุดออกจากกระถาง ถ้าถอดไม่ออก็นำกระถางต้นไม้นั้นไปแช่น้ำเสียก่อนเพื่อจะได้ถอดง่ายขึ้น เมื่อถอดได้แล้วก็นำต้นไม้ พร้อมทั้งดินเก่าที่ติดมากับรากไปปลูกในกระถางใหม่ เพื่อย้ายไปปลูกในกระถางใหม่เสร็จแล้ว ก็ต้องนำดินปลูกสูตรเดียวกันใส่เข้าไปรอบ ๆ กระถาง กระทุ้งให้แน่นพอสมควร แล้วจึงรดน้ำตามอีกทีในการย้ายหรือเปลี่ยนกระถางพืชที่มีหนามเช่นกระบองเพชรควรมรการระมัดระวังป้องกันโดยการใส่ถุงมือที่หนาและควรมีผ้าหรือกระดาษช่วยในการจับด้วย

การปลูกผักในกระถาง

 ข้อดีของการปลูกผักในกระถาง  คือ

1.ประหยัดพื้นที่ในการปลูก

2.สามารถเคลื่อนย้าย  จัดวาง   ปรับเปลี่ยนตำแหน่งกระถางผักได้

3.สะดวกต่อการดูแลรักษา  และเก็บเกี่ยวผลผลิต

4.สารถนำผักที่ปลูกในกระถางไปวางตกแต่งในสวนหย่อมหรือจัดเป็นสวนประดับได้

 ขั้นตอนการปลูกพืชในกระถาง

 1.การเตรียมอุปกรณ์

  สามารถใช้วัสดุเหลือใช้ในครัวเรือน  เช่น   กะละมังกระถาง,ยางรถยนต์,ถังน้ำ ฯลฯหากกระถางหรือถาชนะใดมีสารปนเปื้อนหรือพวกน้ำมัน  พวกสารเคมีต่างๆให้ทำความสะอาดก่อนที่จะนำมาใช้   และให้จัดตกแต่งกระถางหรือภาชนะที่จะนำมาใช้ปลูก  เช่น  ตัดปาก   ตัดก้น   หรือทำขอบเพื่อให้กระถางคงทน  และสวยงาม   การเลือกกระถางปลูกต้องเลือกให้เหมาะสมต่อผักที่จะปลูกกล่าวคือผักที่มีระบบรากลึก  ผักที่มีระบบรากตื้นเหมาะกับกระถางที่มีความตื้นไม่มาก

2.การเลือกผักที่จะปลูก

  การเลือกผักที่จะปลูกมีความสำคัญมาก  นอกจากจะเลือกผักที่ปลูกให้เหมาะสมกับกระถางปลูกแล้ว  ควรเลือกปลูกผักที่มีการใช้บริโภคภายในครอบครัวเป็นประจำทุกวันก่อน  เพราะจะทำให้ผักที่ปลูกนั้นได้รับความสนใจ    และมีการนำไปใช้ประโยชน์ได้มาก  และนอกจากผักที่นิยมบริโภคภายในครอบครัวแล้วควรเลือกปลูกผักที่สมาชิกในครอบครัวชอบรับประทานด้วย  เพราะจะทำให้ผักนั้นได้รับความสนใจจากสมาชิกในครอบครัวไปด้วย  ดั้งนั้น จะเห็นได้ว่าการเลือกผักมีความสำคัญ  ไม่ควรปลูกผักที่ไม่มีผู้บริโภคเพราะจะทำให้ผักที่ปลูกนั้นไม่คุ้มค่า

3. การเตรียมดิน

  ดินที่ใช้ปลูกผักในกระถางต้องเตรียมให้ดีและเหมาะสมกับผักแต่ละชนิด  การเตรียมดินสำหรับปลูกผักในกระถางสามารถทำได้เองโดยมีส่วนผสม  ดั้งนี้

        -ดินร่วน   1     ส่วน

        -ทราย    1  ส่วน

        -ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก  1    ส่วน

        -ขี้เก้าแกลบ,ขุยมะพร้าว   1   ส่วน

นำทั้ง  4    ส่วนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันให้ดีก่อนนำลงปลูก  หากกระถางมีรูใหญ่จะดินรั่วออกได้ให้นำหินหรือเศษกระเบื้องวางทับก่อน  ถ้าส่วนผสมดังกล่าวไม่สามารถหาได้ไม่สามารถหาได้  อาจใช้ปุ๋ยคอกผสมใบพืชผุ  ใบไผ่ผุ  ผสมกับดินก็ได้  และหากไม่สะดวกที่จะผสมดินใช้เองสามารถหาซื้อดินผสมเสร็จที่มีขายอยู่ทั่วไปมาใช้ก็ได้  แต่ควรดูส่านผสมของดินให้ดี ถ้าหากมีส่วนผสมของใบก้ามปูหรือเปลือกถั่วจะเหมาะสมกว่าดินที่มีส่วนผสมของแกลบหรือกาบมะพร้าว  ดินที่ผสมเสร็จแล้วนำไปบรรจุในกระถางที่เตรียมปลูกผัก  การบรรจุไม่ควรให้เต็มกระถางหรือเสมอขอบ  ควรเติมหลังจากปลูกผักไปแล้ว  จึงจะเพิ่มดินให้อยู่ในระดับที่ต้องการ

 การปลูกผักลงกระถาง

 ขึ้นอยู่กับชนิดของผักที่จะปลูก  คือ  สามารถทำได้ทั้งปลูกแบบใช้เมล็ดพันธุ์หว่านหรือหยอดลงกระถางเลยหรือเพาะต้นกล้าอ่อนแล้วจึงนำ