เก็บเงินทำได้...แถมง่ายนิดเดียว

 

   สังคมทุนนิยมทำเอาหนุ่มๆ สาวๆ จับจ่ายเพลิดเพลินไปตามๆ กัน เผลอแป๊บเดียว เงินใน กระเป๋าก็หายวับไปกับตา เอ...แล้วจะทำยังไงดีนะ เงินเดือนน้อยๆ ก้อนนี้ถึงจะมีเงินเก็บนิดๆ อย่างคนอื่นเขาบ้าง  

วิธีการและกลเม็ดต่างๆ จึงถูกนำมาบอกต่อให้เราๆ รู้จักอดออมเอาไว้บ้าง แต่เชื่อว่าทำก็แล้ว พยายามเก็บก็ แล้ว แต่ยังไง๊ ยังไง มนุษย์เงินเดือนก้อนเล็กอย่างเราๆ ก็เก็บเงิน (แม้เพียงนิด) ไม่ได้เสียที เอาล่ะ ถ้ายังไม่ได้ผล นักลองหันมาทางนี้ เรามีวิธีการออมเงิน ที่อยู่ใกล้ตัวจนแทบมองไม่เห็น นั่นก็คือการเปลี่ยนนิสัยการจับจ่ายบาง อย่างให้เคยชิน และหากทำได้ เราก็จะมีเงินเหลือเก็บอย่างแทบไม่น่าเชื่อ

จดค่าใช้จ่ายทุกครั้ง

เพราะจะทำให้เรารู้ว่าแต่ละเดือนเราต้องใช้อะไรไปบ้าง และเมื่อต้องออกไปซื้อของ ต้องซื้อตามที่จดไว้เท่านั้น! ห้ามวอกแวกปล่อยใจไปซื้อสิ่งที่ไม่ต้องการเป็นอันขาด อย่าลืมไปว่า ยิ่งซื้อก็ยิ่งหมายถึงเงินที่เราต้องเสียไปเท่านั้น

อย่าซื้อเป็นจำนวนมาก

ข้อคิดอีกประการคือยิ่งซื้อมาก ก็ยิ่งทำให้เราใช้ (ของ) อย่างไม่ยั้งคิด (เพราะคิด ว่ายังมีอีกเยอะ) เว้นไว้ก็แต่ว่า ของจำนวนนั้นจะช่วยประหยัดจากราคาปกติ และคุณจำเป็นต้องมีไว้จริงๆ

ใช้บัตรเครดิตเมื่อจำเป็น

              

เป็นเรื่องสำคัญที่สาวๆ นักช้อปทั้งหลายต้องจำให้แม่น เก็บ ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน จะดีกว่า เพราะยิ่งใช้เท่าไหร่ก็ยิ่งต้อง ใช้คืนเท่านั้น แล้วถ้ายิ่งจ่ายคืนไม่ตรงเวลาแล้วละก็ ดอกเบี้ยที่ตามมาก็ยิ่งทำ ให้คุณจ่ายมากขึ้นไปอีก (เพื่ออะไรกันล่ะ)

ดูโทรทัศน์ให้น้อยลง

ดูเหมือนไม่เกี่ยว แต่เรื่องนี้ข้องเกี่ยวอย่าบอกใคร เพราะเจ้าทีวีเครื่องเหลี่ยมนี่ แหละที่ทำให้เราอยากซื้อ อยากจ่าย และเป็นตัวเพิ่มกิเลสโดยที่เราไม่รู้ตัว

อย่าช้อปตอนเบื่อโลก

เพราะอาการเบื่อหน่าย ท้อแท้ และผิดหวัง จะทำให้เราอยากระบายผ่านการช้อป โดยที่ไม่รู้ตัวเช่นกัน ที่สำคัญยัง ช้อปกระหน่ำ จนทำให้คุณรู้สึกผิดภายหลังอีกต่างหาก

ตั้งงบเมื่อซื้อของ

ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็ตามที เพราะ การตั้งงบประมาณจะทำให้คุณรู้ว่า สามารถจ่ายได้เท่าไหร่ เหลืออีกเท่าไหร่ และถ้าเกินจากนั้นไป ก็เท่ากับเป็นการใช้เงินเกินความจำเป็น

ซื้อของแบรนด์เนมบ้าง

อย่าเพิ่งงุนงงว่าเรากำลังชวนเสีย เงิน หรือเก็บเงินกันแน่ แต่การซื้อข้าวของดีๆ มีคุณภาพไว้บ้าง เช่น กระเป๋า หรือรองเท้า ก็จะทำให้ใช้ได้นาน และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายบางอย่าง โดยเฉพาะ การซื้อของซ้ำๆ (แต่เสียมากกว่า) ที่สาวๆ มักทำจนเป็นนิสัย

เลี่ยงการช้อปกับเพื่อนมือเติบ

ไม่ว่าเพื่อนที่มือเติบของแท้ หรือเทียมก็ตาม เพราะการช้อปปิ้งกับบรรดา เพื่อนผองกระเป๋าหนาเหล่านี้ มีส่วนอย่างมากที่จะให้คุณเสียสตางค์ตามไปด้วย เผลอๆ อาจเป็นสิ่งที่คุณไม่อยาก ได้ หรือมูลค่าอาจสูงเกินตัวไป เลือกไปกับเพื่อนที่ชวนกันประหยัดจะดีกว่า

อย่าไปกับเด็ก

                 

เราหมายถึงเด็กเล็กนี่ล่ะ แถมลูกๆ หลานๆ ที่แสนจะน่ารักเหล่านี้ ยังเป็นสาเหตุตัวดีที่ทำให้ เราควักเงินจนแทบไม่ทันตั้งตัว เรารู้ว่าคุณใจดีและใจอ่อน แต่อย่าลืมไปล่ะ ว่านั่นก็เงิน นี่ก็เงินทั้งนั้น สอนให้เด็กๆ รู้จักคุณค่าของเงินไว้ก่อนจะดีกว่า

ถามตัวเองทุกครั้ง

ว่า "มันจำเป็นจริงๆ หรือเปล่า?" หรือ "ฉันต้องการจริงๆ หรือเปล่า?" เพราะเชื่อได้ ว่าการเสียเงินจำนวนมากที่ผ่านๆ มา คือการที่เราใช้จ่ายโดยไม่ทันยั้งคิด และเมื่อซื้อมาแล้วก็ใช้จริงเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนซื้อชิ้นใหม่ รู้อย่างนี้แล้วก็ควรหันมาถามตัวเองอย่างจริงๆ จังๆ เสียที

ทำทุกอย่างที่ว่ามาให้ได้

เพราะแค่คิดคร่าวๆ ว่าหากปฏิบัติตามได้อย่างที่กล่าว ก็สามารถช่วยประหยัด เงินไปได้มากถึงหลักพัน หลักหมื่นบาท แล้วถ้าประหยัดได้อย่างนี้ทุกๆ เดือนล่ะ เราจะมีเงินเก็บอีกมากมายขนาด ไหน

เพราะของแบบนี้เงินใครก็กระเป๋าใคร ยิ่งเก็บได้มากเท่าไหร่ ก็รับประกันเรื่องฉุกเฉินใน อนาคตให้เราได้มากเท่านั้น

กลเม็ด 6 วิธีเพื่อควานหาคนถูกใจ

 ถ้าลงทุนจะ " จีบ" ทั้งที มีสัญญาณอะไรนะที่บอกว่า อีกฝ่ายเปิดทาง ให้เข้าไปตีสนิทได้แล้ว ขอย้ำ งานนี้มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งส่งกระแสจิตบอกให้มา " จีบฉันสิ " ก่อนนะ ไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้านึกอยากจีบ ก็จีบมั่วซั่ว เพียงแต่ใครคนนั้น จะรู้ตัวหรือเปล่าว่าเปิดประตูอ้าซ่าให้เราเดินเข้าใส่...นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง จากหนังสือ How to understand people (ทำอย่างไรจึงเข้าใจมนุษย์) เปรียบสายตาเหมือนหอควบคุมการบิน คล้ายดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจยังไงยังงั้น ฟังแล้วเชยเหมือนสมัยขวัญเรียม แต่เด็กยุคดอทคอมก็ไม่แคล้วแพ้ใจ ให้คนที่ตัวเองชอบเป็นทุนอยู่แล้ว เช่นกันนั่นแหละ ถ้าการที่สาวสักอนงค์ มองมายังอีกคนซึ่งจ้องเขม็งรอจ๊ะเอ๋อยู่แล้ว รู้ไหมว่าสายตาที่มองแวบแรก หมายถึงส่งสัญญาณให้เครื่องบินเตรียมลง แวบที่สอง คืออนุญาตให้ แลนดิ่ง หรือลงจอดได้ แวบที่สาม แปลว่าเมื่อไหร่เครื่องบินลำนั้นจะเข้ามาจอดสักทีนะ แววตาที่มองกันไป มองกันมาอย่างนี้แหละ ปิ๊งกันหลายรายแล้ว ยิ่งหากกล้าเขยิบเข้าใกล้ ก็มีสิทธิ์ทำความรู้จักกันได้ทันที อ้อ...ขอทำความเข้าใจเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนว่า สมัยนี้ จะพึ่งใบบุญแค่อาศัยว่า ตัวเองหน้าตาดีหรือ หุ่นเซ็กซี่น่ะ แค่นี้ไม่พอที่จะเรียกร้องความสนใจ ให้ใครๆ เข้ามาจีบได้หรอก แต่ควรมี " ลักษณะของคนที่เข้าหาได้ไม่ยาก " ด้วย ผู้ที่เป็นเจ้าของบุคลิกเข้าหาได้ไม่ยาก ก็เช่นมีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส, คิ้วไม่ผูกโบ หรือทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแสดงถึงความจริงจังกับชีวิตตลอดเวลา กระนั้น การเข้าหาได้ไม่ยาก ก็ไม่ใช่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ใครต่อใครไปทั่วนะ ควรยับยั้งชั่งใจด้วยว่า ควรระริกระรี้แค่ไหนถึงเหมาะสม ง่ายเกินไปก็ไม่เก๋เช่นกัน เพราะตามหลักจิตวิทยา ทุกคนมักสงสัยสิ่งที่ได้มาง่ายๆ เสมอ และอาจเตลิดไปอีกว่า อะไรที่ได้มาง่าย ย่อมไม่มีคุณค่าไปโน่นเลย ว่าแล้วฝอยถึงกลเม็ด 6 วิธีเพื่อควานหาคนถูกใจ ดีกว่า ใน 6 ways to meet Mr.right บอกถึงขั้นตอนของการหาแฟน เหมือนรู้ใจว่า ขืนปล่อยให้หากันเอง คงแย่แน่ๆ เหตุนี้จึงขอทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงกันหน่อย

 

จะหาแฟนมาแนบใจก็ไม่ยากอะไร แค่...

 

1. ประกาศกับเพื่อนๆ ว่า คุณจะ จัดงานปาร์ตี้ใหญ่ยักษ์ที่จะมีของกิน และเครื่องดื่มเพียบ กะเลี้ยงไม่อั้น แต่ถ้าใครอยากมาอย่าลืมหนีบชายโสดมาด้วย งานนี้ใครพาคนรักมาไม่ให้เข้า นะยะ เห็นใครมีความสุขแล้วตาจะลุกเป็นไฟ รัศมีนางอิจฉากำเริบ

2. ประสงค์จะมีแฟนทั้งที ต้องใจกล้าหน้าด้านเข้าไว้ ควรกล้าที่จะเป็นฝ่าย เข้าไปคุยกับคนแปลกหน้าทุกวัน แต่จะเข้าไปตีซี้หรือเจ๊าะแจ๊ะกับใคร ก็ดูตาม้าตาเรือหน่อย ไม่ใช่เซ่อซ่าเข้าไปหวังจับคนที่ดูแล้ว เขาไม่เล่นกับเราด้วยแน่ๆ คงเสียเวลาเปล่า

3. ส่งอีเมล์โปรยเสน่ห์หาคู่ใจ ตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่เปิดให้บริการด้านนี้ จนเกลื่อนคอมฯ หรืออาจให้เพื่อนนัดบอดให้อีกทอดหนึ่งก็ได้ แต่มีข้อแม้หน่อยว่า ถ้าเพื่อนนัดใครให้ แล้วไม่ถูกใจ จะไปตำหนิเพื่อนก็ไม่ถูกนัก เพราะใครจะไปรู้ซึ้ง รสนิยมแท้จริงของคุณเล่า ช่วยให้รู้จักกันก็ดีแค่ไหนแล้ว หลังจากนั้นจะสานสัมพันธ์กันต่ออย่างไร ก็อยู่ที่ความชอบของแต่ ละคน เรื่องแบบนี้ใครจะไปบังคับใจกันได้

4. วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ควรใช้ทุกเวลานาทีให้เป็นประโยชน์ ด้วยการออกไปสังสรรค์ เฮฮาตามบ้านเพื่อนฝูง ต้องรู้จักเปิดตัวกับคนอื่นเข้าไว้ แถมถ้าได้ไปงานเลี้ยง ซึ่งจัดแบบเป็นกันเอง ก็อย่าได้แต่งตัวมิดชิดเกินเหตุ จะเปิดนิดโชว์หน่อยก็รีบทำซะ ยังอยู่ในวัยสะพรั่ง หากไม่โชว์ตอนนี้แล้วจะเก็บไว้ตอนไหน

5. สำรวจตรวจตราดูสิว่า มีสถานที่แห่งหนตำบลใดบ้าง ซึ่งคนในสเปกของคุณชอบ ไปสุมกันอยู่ในนั้น แล้วจงรีบจรลีไปได้เลย อย่ามัวแต่เอ้อระเหยอยู่บ้าน ทำเป็นอะโนเนะมากๆ คงหาแฟนได้หรอก

6. หากเจอคนถูกใจเข้าอย่างจัง อย่าปล่อยให้หลุดมือ ทำยังไงก็ได้ที่จะยื้อเขาไว้ แต่ตรงข้าม ถ้าพากเพียรหาอยู่นานก็ยังไม่เจอ " ตามสเปก " ตรงใจเสียที ก็อย่าเสียเวลา จีบกันไปจีบกันมากับคนที่เราไม่ได้คิดจริงจังด้วยหน่อยเลย

เพราะไม่งั้นก็เท่ากับปิดโอกาสทั้งของเขาและของเรา แหมจะล่อเหยื่อให้มากินเบ็ดสักหน่อย เดี๋ยวเกิดเขาเข้าใจผิดว่า เราไม่ว่างก็แย่น่ะซี นี่ถ้าไม่เป็นทาสมารยาททางสังคม กะเชียร์ ให้แขวนป้ายไว้แล้วเชียวว่า หัวใจยังว่าง เข้าทำนอง กลัวจัดว่าจะไม่มีใครรู้

กฎทอง 12 ข้อ ของการใช้ปากในเชิง SEX ( จุมพิตและORAL)
กฎทอง 12 ข้อ ของการใช้ปากในเชิง SEX ( จุมพิตและORAL)

1. ทำความสะอาดภายในช่องปากให้สะอาดและมีกลิ่นหอมก่อนปฏิบัติ
การทุกครั้ง ที่สำคัญ คือควรใช้น้ำยาบ้วนปากจะดีกว่าการแปรงฟัน เพราะการแปรงฟันอาจจะทำให้เกิดแผลภายในช่องปาก ซึ่งเป็นช่อง ทางของการติดเชื่อได้

2. ก่อนปฏิบัติการไม่ควรทานอาหารที่มีกลิ่น หรือรสจัด เพราะแม้จะ ทำความสะอาดช่องปากแล้ว แต่กลิ่นอาจจะออกมาจากระบบทางเดิน อาหารได้

3. โกนหนวดให้เรียบเกลี้ยง หรือไม่ก็ปล่อยให้ยาวไปเลย เพราะ หนวดหรือเคราที่เพิ่งจะงอกใหม่ๆ เป็นตอสั้นๆ จะทิ่มแทงเนื้ออ่อนๆ ฝ่ายตรงข้ามให้เจ็บปวดได้

4. หากมีอาการฟันผุ หรือโรคเกี่ยวกับเหงือกและฟันควรรักษาให้หาย เพราะอาการของโรคในช่องปาก นอกจากจะให้กลิ่นและ รสที่น่ารังเกียจแล้ว ยังเป็นการแพร่และรับเชื้อได้อย่างดีอีกด้วย

5. เม้มปากแรงๆ สัก 3-5 ครั้ง ก่อนปฏิบัติการ เพื่อเป็นการกระตุ้น ประสาทและกล้ามเนื่อบริเวณที่เกี่ยวข้อง

6. อย่าปล่อยให้ริมผีปากแห้งผาก ควรเลียริมผีปาก 1-2 ครั้ง ก่อน ปฏิบัติการ เพื่อให้ริมฝีปากนิ่มและชุ่มชื่น

7. ฝึกการห่อลิ้นในรูปแบบต่างๆ ให้คล่อง เช่น การแผ่ลิ้นแล้วคว้าน หรือการเกร็งลิ้นเป็นแท่งกลมและฉก อย่าลืมว่าปากและลิ้นทำงาน ได้หลายรูปแบบทั้ง ดูด-เล็ม-เม้ม-ขย้ำ-ขบ-กัด-เลีย-ขยี้ ฯลฯ

8. ที่ห้ามเด็ดขาด คือ การ “ เป่า” ลมขาออกจากปอด (คาร์บอนไดอ๊อกไซด์) เข้าไปในร่างกายของฝ่ายตรงข้าม

9. ตรวจฟันปลอมให้แน่นหนา ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุอันไม่พึงปรารถนา ถ้าจำเป็นควรถอดฟันปลอมออกเก็บ ก่อนปฏิบัติการทุกครั้ง
10. อย่าอมอะไรไว้ในปาก บางคนชอบอมลูกอมรสชาติต่างๆ หรือ ลูกอมเม็นทอลไว้ในปาก นัยว่าเพื่อเพิ่มรสชาติซาบซ่า...มันไม่คุ้ม กับอุบัติเหตุลูกอมติดคอตายหรอก

11. เตรียมผ้าเช็คหน้า หรือกระดาษหอมไว้ใกล้มือ เพื่อใช้ในกรณี “ น้ำจิ้ม” หก หรือ “ น้ำแกง” มีมากเกินไป

12. อย่าลืมว่าปากมีไว้ “ ส่งเสียง” ได้ด้วย ฉะนั้นอย่าลืมออกเสียงทำงาน “ อื้มๆ – อ้ำๆ” เพื่อสร้างความรู้สึกดีให้แก่ฝ่ายตรงข้าม


กฎทอง 12 ข้อของการใช้มือในเชิง SEX

1. ทำความสะอาดมือและเล็บให้สะอาด คงไม่มีสาวคนไหนพิศวาสหนุ่มมือสกปรกเล็บดำปี๋

2. ตัดเล็บให้สั้นๆ และตะไบเล็บอย่าให้คม การไว้เล็บยาวอาจจะทำให้ทั้งคุณและฝ่ายตรงข้ามบาดเจ็บได้

3. ฝ่ายมือที่หยาบกร้านอาจสร้างความระคายเคืองจนหมดอารมณ์มากกว่าที่จะกระต้นอารมณ์ ดังนั้นควรทาโลชั่นบ้าง เพื่อให้ผิวบริเวณฝ่ามือนุ่มขึ้น

4. จำไว้ว่า “ จุดที่ไวต่อความรู้สึกทางเพศ” ของฝ่ายตรงข้ามมีทั่วร่าง พยายามใช้มือทั้ง 2 ข้าง ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยโจมตีพร้อม ๆ กันมากกว่า 1 จุดในเวลาเดียวกัน

5. ระหว่างโจมตีด้วยมือ จับสังเกตอาการของเธอให้ดีในบางจุด เธออาจจะเจ็บหรือจักกะจี้.. ไม่ควรไปแตะต้อง

6. ใช้ความนุ่มนวลและความหนักแน่นให้ถูกจังหวะและจำให้แม่นว่าความรุนแรง เช่น บีบแรง บี้แรง รังแต่จะทำให้หมดอารมณ์มากกว่าเกิดอารมณ์

7. ถ้าหากมือคุณ “ เย็น” เกินไป จะเป็นเพราะอุณหภูมิในห้องหรือจะเป็น เพราะความตื่นเต้นของคุณเองก็ตาม...ถูมือให้อบอุ่นก่อนเริ่มปฏิบัติการจะช่วยได้มาก

8. ถ้าคุณสวมแหวน หรือนาฬิกาข้อมือที่มีส่วนแหลมคม ควรถอดออกก่อน

9. ควรคำนึงถึง “ ลีลา” ที่ดูดีด้วยนะ อย่าให้การใช้มือของคุณออกมาในลักษณะเก้งก้าง หรือมือไม่พันกันมั่วไปหมด

10. เทคนิคเกี่ยวกับการใช้มือและนิ้วมีหลายอย่าง เช่น ลูบ คลำ ขยำ ขยี้ เคล้น คลึง นวด นาบ เกา ฯลฯ ควรฝึกและปฏิบัติการให้ได้หลายรูปแบบและคล่องแคล้ว

11. การใช้นิ้วมือแหย่แยงเข้าไปในบางจุด ควรรอให้มีการ “ หล่อลื่น” เสียก่อน อย่าฝืนแหย่ไปในความแห้งผากแทนที่จะกระตุ้นอารมณ์ เหตุการณ์อาจเป็นตรงกันข้าม

12. ล้างมือให้สะอาดทันทีหลังปฏิบัติการ ถ้าคุณไม่อยากเป็นโรคผิวหนัง เช่น หิด กลกา ฯลฯ และคุณคงไม่อยากให้ “ กลิ่น” ติดมือจนคนอื่นจับได้

แล้วอย่าลืมลองไปใช้กันบ้างนะ เพื่อความสุขของทุกคน